พี.เจ. แอคเค้าท์ติ้ง แอนด์ ลอว์เฟิร์ม > ผลงาน > “การเป็นคนค้ำ ไม่ได้แปลว่าเจ้าหนี้จะเลือกมายึดทรัพย์เราได้ก่อนเสมอไป”

“การเป็นคนค้ำ ไม่ได้แปลว่าเจ้าหนี้จะเลือกมายึดทรัพย์เราได้ก่อนเสมอไป”

มีอยู่คดีหนึ่งที่ผมเคยทำ ลูกหนี้กู้เงินจากธนาคาร และมีผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดตามสัญญา ต่อมาลูกหนี้ผิดนัดชำระ ธนาคารจึงฟ้องทั้งลูกหนี้และผู้ค้ำประกันจนศาลมีคำพิพากษาให้ร่วมกันรับผิดชำระหนี้

เมื่อคดีเข้าสู่ขั้นตอนบังคับคดี

สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่การไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้ก่อน

แต่ธนาคารเลือกจะยึด “ที่ดินของผู้ค้ำ” แทน เพราะมองว่าเป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ขายทอดตลาดง่าย และดำเนินการสะดวกกว่า

ทั้งที่ตามหลักกฎหมาย

การบังคับคดีต้องไปเอาจากทรัพย์ของ “ลูกหนี้ชั้นต้น” ก่อน หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ หรือบังคับไม่ได้จริง จึงค่อยมาดำเนินการกับผู้ค้ำประกัน

ผมจึงยื่นคำคัดค้านต่อศาล โดยชี้ให้เห็นว่า เจ้าหนี้ยังไม่ได้ดำเนินการบังคับเอาจากทรัพย์ของลูกหนี้หลักอย่างเพียงพอ แต่กลับข้ามมาที่ผู้ค้ำทันที ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายค้ำประกัน

สุดท้าย ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ไปดำเนินการยึดทรัพย์ของลูกหนี้ก่อน

คดีนี้ทำให้เห็นว่า

แม้ผู้ค้ำจะมีหน้าที่รับผิดตามสัญญา แต่ก็ยังมีสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองอยู่ ไม่ใช่ว่าเจ้าหนี้จะเลือกเอาง่ายจากใครก่อนก็ได้

และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นชัด คือในโลกความจริง

บางครั้งคนที่ “มีวินัยและมีทรัพย์” กลับตกเป็นเป้าหมายก่อนคนที่สร้างหนี้เสียเอง

เพราะระบบมักเลือกทางที่ง่ายที่สุดเสมอ