
มีอยู่คดีหนึ่งที่ผมเคยทำ ลูกหนี้กู้เงินจากธนาคาร และมีผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดตามสัญญา ต่อมาลูกหนี้ผิดนัดชำระ ธนาคารจึงฟ้องทั้งลูกหนี้และผู้ค้ำประกันจนศาลมีคำพิพากษาให้ร่วมกันรับผิดชำระหนี้
เมื่อคดีเข้าสู่ขั้นตอนบังคับคดี
สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่การไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้ก่อน
แต่ธนาคารเลือกจะยึด “ที่ดินของผู้ค้ำ” แทน เพราะมองว่าเป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ขายทอดตลาดง่าย และดำเนินการสะดวกกว่า
ทั้งที่ตามหลักกฎหมาย
การบังคับคดีต้องไปเอาจากทรัพย์ของ “ลูกหนี้ชั้นต้น” ก่อน หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ หรือบังคับไม่ได้จริง จึงค่อยมาดำเนินการกับผู้ค้ำประกัน
ผมจึงยื่นคำคัดค้านต่อศาล โดยชี้ให้เห็นว่า เจ้าหนี้ยังไม่ได้ดำเนินการบังคับเอาจากทรัพย์ของลูกหนี้หลักอย่างเพียงพอ แต่กลับข้ามมาที่ผู้ค้ำทันที ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายค้ำประกัน
สุดท้าย ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ไปดำเนินการยึดทรัพย์ของลูกหนี้ก่อน
คดีนี้ทำให้เห็นว่า
แม้ผู้ค้ำจะมีหน้าที่รับผิดตามสัญญา แต่ก็ยังมีสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองอยู่ ไม่ใช่ว่าเจ้าหนี้จะเลือกเอาง่ายจากใครก่อนก็ได้
และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นชัด คือในโลกความจริง
บางครั้งคนที่ “มีวินัยและมีทรัพย์” กลับตกเป็นเป้าหมายก่อนคนที่สร้างหนี้เสียเอง
เพราะระบบมักเลือกทางที่ง่ายที่สุดเสมอ









