P.J. ACCOUNTING AND LAWFIRM CO.,LTD. > 表現 > “บางครั้ง คนไม่ได้ไม่มีเงินใช้หนี้ แต่เพราะยังไม่ถูกชีวิตบังคับให้จริงจัง”

“บางครั้ง คนไม่ได้ไม่มีเงินใช้หนี้ แต่เพราะยังไม่ถูกชีวิตบังคับให้จริงจัง”

คดีนี้เริ่มจากการกู้ยืมเงินกันตามปกติ

ในช่วงแรก จำเลยยังชำระหนี้ให้โจทก์ตามงวดอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้โจทก์เชื่อว่าจำเลยยังมีเจตนารับผิดชอบต่อภาระหนี้สินของตน

 

แต่ต่อมา จำเลยเริ่มผิดนัดและหยุดชำระหนี้โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

โจทก์จึงมอบหมายให้ผมดำเนินการส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ

 

หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม กลับพบว่า จำเลยได้นำรถยนต์ของตนไปขาย ทั้งที่ทราบดีว่าตนยังมีหนี้ค้างชำระอยู่ และการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหนี้ ซึ่งเข้าข่ายความผิดอาญาฐานโกงเจ้าหนี้

 

ฝ่ายโจทก์จึงตัดสินใจดำเนินคดีต่อศาล

โดยมีหลักฐานสำคัญจากกรมการขนส่งทางบกที่แสดงการโอนขายรถยนต์ให้แก่เต็นท์รถอย่างชัดเจน

 

เมื่อคดีเข้าสู่ศาลจำเลยยอมรับสารภาพ เพราะไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงได้ และเพื่อหลีกเลี่ยงผลทางคดี จำเลยจึงยินยอมชำระหนี้ทั้งหมดให้แก่โจทก์ โดยตกลงผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 2 ปี

 

ทั้งที่เดิม หากไม่มีการฟ้องร้อง หนี้ดังกล่าวอาจใช้เวลานานถึง 5 ปีกว่าจะชำระครบ

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุด กลับเกิดขึ้นในวันนัดสุดท้ายของคดี

วันที่ศาลนัดฟังผลการชำระหนี้ จำเลยกล่าวกับผมว่า

 

“ตั้งแต่ถูกฟ้อง ผมหาเงินได้มากกว่าเดิม ขยันกว่าเดิม”

 

ราวกับว่า แรงกดดันจากคดี ไม่ได้ทำลายชีวิตเขา

แต่กลับบังคับให้เขาดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้จริง ๆ

 

คดีนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงเรื่องของหนี้สิน

แต่ยังสะท้อนว่า บางครั้งมนุษย์จะไม่เปลี่ยนแปลง จนกว่าจะไม่มีทางหนีอีกต่อไป

 

“มนุษย์จำนวนมาก ไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด

เขาแค่ยังไม่ถูกชีวิตบีบให้ใช้ศักยภาพทั้งหมดที่มี”