P.J. ACCOUNTING AND LAWFIRM CO.,LTD. > 表現 > “เมื่อศิลปินถูกขโมยผลงาน โดยคนที่เคยว่าจ้าง”

“เมื่อศิลปินถูกขโมยผลงาน โดยคนที่เคยว่าจ้าง”

“ผลงานสร้างสรรค์ ไม่ใช่ของฟรีเพียงเพราะเจ้าของยังไม่ได้ดัง”

 

คดีนี้เริ่มจากการว่าจ้างงานออกแบบธรรมดา

โจทก์เป็นศิลปินนักวาดและนักออกแบบโมเดลอาร์ตทอย ได้รับการติดต่อจากจำเลยให้สร้างคาแรกเตอร์ตัวละคร เพื่อนำไปผลิตเป็นอาร์ตทอยขายในงานคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง โดยจำเลยต้องการให้ตัวละครมีลักษณะคล้ายสมาชิกนักร้องทั้ง 5 คน เพื่อใช้เป็นของที่ระลึกภายในงาน

 

โจทก์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และเวลาทำงานออกแบบจนเสร็จสมบูรณ์

แต่ต่อมางานคอนเสิร์ตถูกยกเลิก จำเลยจึงอ้างเหตุดังกล่าวเพื่อปฏิเสธการจ่ายค่าจ้าง

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังโจทก์กลับพบว่า จำเลยยังคงนำคาแรกเตอร์ที่โจทก์ออกแบบไปใช้โปรโมตและโฆษณาสินค้า เสมือนเป็นผลงานของตนเอง ทั้งที่ไม่เคยชำระค่าจ้างและไม่เคยได้รับสิทธิในผลงานอย่างถูกต้อง

 

เมื่อโจทก์เข้าปรึกษาทางกฎหมาย ผมจึงวิเคราะห์ว่า

หากฟ้องเรียกเพียงค่าจ้าง ผลที่ได้อาจมีมูลค่าไม่สูงนัก แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ “สิทธิในผลงานสร้างสรรค์” เพราะเมื่อจำเลยยังไม่ชำระค่าตอบแทน ลิขสิทธิ์ในงานออกแบบย่อมยังเป็นของโจทก์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานแต่เพียงผู้เดียว

 

ดังนั้น คดีจึงถูกดำเนินในฐานะคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ใช่เพียงคดีทวงค่าจ้างทั่วไป

 

ท้ายที่สุด เมื่อคดีขึ้นสู่ชั้นศาล จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ เป็นจำนวนสูงกว่าค่าจ้างเดิมที่เคยตกลงกันไว้หลายเท่า

 

คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเงิน

แต่เป็นการยืนยันว่า “ความคิดสร้างสรรค์” มีคุณค่า และเจ้าของผลงานย่อมมีสิทธิได้รับความเคารพในสิ่งที่ตนสร้างขึ้น

 

“คนจำนวนมากคิดว่า งานศิลปะมีค่าแค่ตอนขายได้

แต่ความจริงแล้ว มันมีค่าตั้งแต่วินาทีที่ศิลปินสร้างมันขึ้นมา”